Sunday, 14 April 2024

ปวดท้องแต่ละแบบ บอกความเสี่ยงโรคที่แตกต่าง

15 Jan 2023
814

เชื่อว่าทุกคนย่อมเคย “ปวดท้อง” ไม่ว่าจะเป็นๆ หายๆ ปวดมากปวดน้อย ซึ่งก็ย่อมแตกต่างกันไป และก็มีหลายคนที่ปวดท้องแบบไม่ทราบสาเหตุแต่ไปซื้อยามากินเอง จึงทำให้ “อาการปวดท้อง” ไม่ดีขึ้น หรือกลับแย่ลงกว่าเดิม เพราะเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ดังนั้นการจะกินยาอะไรหรือต้องรักษาอย่างไร เราต้องรู้ก่อนว่าอาการปวดท้องที่เป็นอยู่นั้นเกิดจากสาเหตุใดหรือเป็นโรคใดกันแน่
ปวดท้องแต่ละแบบ บอกความเสี่ยงโรคที่แตกต่าง

ปวดท้องแต่ละแบบ บอกโรคอะไรได้บ้าง?

นอกจาก “อาการปวดท้อง” จะมีหลายแบบแล้ว ตำแหน่งที่ปวดก็พอบอกได้ว่า…เราเป็นโรคอะไร? ทั้งนี้ก็ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย ก่อนการรักษา

– มะเร็งกระเพาะอาหาร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือการติดเชื้อ H. Pylori ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคกระเพาะ ทำให้อาหารไม่ย่อย นอกจากนี้อาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสารก่อมะเร็งเป็นประจำติดต่อกันนานๆ เช่น อาหารแปรรูป และอาหารปิ้งย่าง

ระยะแรกของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยมักไม่ค่อยมีอาการแสดง แต่เมื่อระยะของโรคดำเนินไปอาจทำให้มีอาการปวดท้องที่คล้ายโรคอื่นๆ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคไวรัสลงกระเพาะ

ลักษณะอาการ

*เหมือนอาหารไม่ย่อย รู้สึกไม่สบายท้อง
*ท้องอืดหลังรับประทานอาหาร
*คลื่นไส้จนไม่อยากรับประทานอาหาร
*มีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก

ผู้ที่มีอาการเหล่านี้บ่อยๆ แพทย์อาจพิจารณาให้ทำการตรวจอย่างละเอียดด้วยการกลืนแป้งสารทึบแสงแล้วทำการเอกซเรย์ เพื่อให้เห็นความผิดปกติภายในช่องท้อง หรืออาจต้องทำการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ จึงจะเห็นตำแหน่งของโรคและการกระจายของโรคได้อย่างละเอียด

– มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ (Colon) หรือที่ทวารหนัก (Rectum) นอกจากกรรมพันธุ์จะเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดโรคแล้ว การรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยเฉพาะไขมันและน้ำตาลก็เป็นสาเหตุสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

ลักษณะอาการ

*ปวดท้องเรื้อรัง
*ท้องอืดเรื้อรัง อาหารไม่ย่อย
*ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ถ่ายดำ
*น้ำหนักลดผิดปกติ อ่อนเพลีย
*คลำพบก้อนในท้อง ท้องผูก หรือท้องผูกสลับท้องเสีย

สามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยการตรวจอุจจาระเพื่อหาการปนของเลือด หรือการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนปลาย และการตรวจทางภาพรังสีวินิจฉัย

– มะเร็งตับอ่อน

เป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อยนัก เนื่องจากตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่หลังเยื่อบุช่องท้อง ทำให้ยากต่อการตรวจวินิจฉัยโรค และอาการมักจะปรากฏเมื่อมะเร็งลุกลามมากแล้ว ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสัตว์ในปริมาณสูง รวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรมอาจเป็นปัจจัยเสริม

ลักษณะอาการ

*ปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
*ท้องเสีย
*เบื่ออาหาร ตัวเหลือง หรือไม่มีอาการเลยก็ได้

แพทย์จะวินิจฉัยได้จากการซักประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย การตรวจตับอ่อนแล้วพบมีก้อนเนื้อโดยการทำอัลตร้าซาวด์ และทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

– โรคแผลในกระเพาะอาหาร

สาเหตุหลักของโรคนี้เกิดจากกรดและน้ำย่อยที่หลั่งออกมาทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่วนปัจจัยอื่นก็เช่น การกินยาแอสไพริน ยารักษาโรคกระดูกและข้ออักเสบ การสูบบุหรี่ ความเครียด การกินอาหารเผ็ดๆ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรคแผลในกระเพาะอาหารจะไม่กลายเป็นมะเร็ง แม้จะเป็นๆ หายๆ อยู่นานกี่ปีก็ตาม นอกเสียจากจะเป็นแผลชนิดที่เกิดจากโรคมะเร็งของกระเพาะอาหารตั้งแต่แรกเริ่ม

ลักษณะอาการ

*อาหารไม่ย่อย แน่นท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือหน้าท้องช่วงบน เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดมักเป็นเวลาท้องว่างหรือเวลาหิว อาการจึงเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน

*ปวดแน่นท้อง มักจะเป็นๆ หายๆ โดยมีช่วงเว้นที่ปลอดอาการค่อนข้างนาน เช่น ปวดอยู่ 1-2 สัปดาห์ แล้วหายไปหลายเดือนจึงกลับมาปวดแน่นท้องอีก

*แน่นท้องกลางดึกหลังจากที่หลับไปแล้ว มักมีอาการเรื้อรังเป็นปี

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปวดท้องรุนแรง เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดลงมาก ถ่ายเป็นเลือดสดหรือสีดำเหลว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ซึ่งปัจจุบันมีการตรวจวินิจฉัยที่แสดงผลได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเอกซเรย์กลืนสารทึบรังสี และการส่องกล้องตรวจในกระเพาะอาหาร ที่สามารถตรวจพบแผลเพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อในกระเพาะอาหารนำไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง และตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารได้

– ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง

มีที่มาจากการที่ตับอ่อนอักเสบอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดต่อเนื่องมาจากการอักเสบที่รักษาไม่หาย เนื่องจากสาเหตุยังคงอยู่ เช่น ไม่เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ลักษณะอาการ

*มีอาการปวดท้องเรื้อรังแบบเป็นๆ หายๆ

*ปวดตลอดเวลา หรือปวดเป็นบางครั้ง

*ถ่ายเป็นสีเทา หรือซีดๆ อาจมีไขมันออกด้วย น้ำหนักตัวลดลง เป็นต้น

*ผอมลงต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่อาจกินได้ตามปกติ เนื่องจากอาหารดูดซึมไม่ได้เพราะขาดน้ำย่อย เป็นโรคขาดอาหาร อ่อนเพลีย ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารไขมันสูง รวมทั้งต้องระวังเรื่องการกินยาบางชนิดที่อาจมีผลข้างเคียงเป็นพิษต่อเซลล์ตับอ่อน เช่น

*กินหรือฉีดวิตามินชนิดที่ละลายในไขมัน

*กินยาแก้ปวดประจำเดือนเป็นประจำ

*ยาคลายเครียด

โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังเป็นความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่รุนแรง ผู้ป่วยควรพบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็วที่สุด

– ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง

ถุงน้ำดีอักเสบเกิดจากนิ่วอุดตันหรือมีการติดเชื้อในท่อถุงน้ำดี ส่งผลให้น้ำดีไหลผ่านไปยังลำไส้เล็กไม่ได้ เมื่อน้ำดีอยู่ในถุงน้ำดีมากเกินไปจะยิ่งเพิ่มแรงดันภายในถุงน้ำดี ก่อให้เกิดอาการบวมและอักเสบ
ลักษณะอาการ

*มีอาการปวดท้องเรื้อรัง และเป็นๆ หาย ๆ
*แยกจากภาวะปวดท้องจากสาเหตุอื่นๆ ได้ยาก

การผ่าตัดถุงน้ำดี มักเป็นการผ่าตัดหลังควบคุมการติดเชื้อไปแล้ว โดยการให้ยาปฏิชีวนะและการรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น กินยาแก้ปวด ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเมื่อกินได้น้อย เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

เห็นได้ว่า “อาการปวดท้อง” เป็นหนึ่งในอาการของหลายๆ โรค แต่เราไม่มีทางแน่ใจได้เลยว่า เราเป็นโรคอะไร? หากมีอาการผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อหาความเสี่ยงหรือโรคที่อาจซ่อนอยู่ และรับการรักษาอย่างถูกวิธี

เมื่อมี “อาการปวดท้อง” ที่น่าสงสัย”แพทย์เฉพาะทาง” จะให้คำตอบกับเราได้ดีที่สุด !!!

 

เครดิตแหล่งข้อมูล : phyathai